เมทัลชีทใต้ชายคาผุก่อน? จุดที่ฝนล้างไม่ถึงคือจุดอันตราย

สารบัญ
หลังคาด้านบนที่โดนแดดโดนฝนเต็ม ๆ ยังดูดีอยู่ แต่ผนังเมทัลชีทใต้ชายคา ใต้กันสาด หรือขอบบนของประตูโรงรถ กลับมีคราบขาวและเริ่มขึ้นสนิมก่อน ทั้งที่แทบไม่โดนฝน ฟังดูแปลก แต่มีเหตุผลชัดเจน บทความนี้อธิบายว่าทำไมจุดที่ฝนล้างไม่ถึงถึงผุเร็ว และดูแลยังไงให้ใช้ได้นานครับ
ฝนช่วยล้างหลังคาให้สะอาด
ฝนไม่ได้มีแต่ทำให้หลังคาเปียก ฝนยังช่วยล้างหลังคาด้วย ทุกครั้งที่ฝนตก ฝุ่นกับเกลือบนผิวหลังคาจะถูกชะออกไป ผิวหลังคาด้านบนจึงสะอาดอยู่เสมอ
ทำไมจุดที่ฝนล้างไม่ถึงถึงผุก่อน
ตรงที่ฝนล้างไม่ถึง ฝุ่น เกลือ และคราบสกปรกจะค่อย ๆ สะสม พอมีน้ำค้างหรืออากาศชื้น ของพวกนี้ก็เปียก แล้วเกาะชื้นอยู่บนผิวโลหะนาน ๆ จนกัดผิวเคลือบ
สัญญาณแรกมักเป็นคราบสีขาว ซึ่งก็คือสังกะสีที่เคลือบอยู่เริ่มผุ ถ้าปล่อยไว้ก็จะผุหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนขึ้นสนิม คู่มือมาตรฐานหลังคาโลหะบอกว่า ผิวที่ฝนล้างไม่ถึงและไม่มีใครล้างให้ อาจผุเร็วกว่าผิวที่สะอาดได้ราว 2–3 เท่า

จุดไหนบ้างที่ฝนล้างไม่ถึง
ดูง่าย ๆ คือ ตรงไหนที่มีส่วนยื่นบังฝนอยู่ข้างบน เช่น
- ใต้ชายคา และผนังเมทัลชีทช่วงบนที่ชายคาบังไว้
- ใต้กันสาด
- ใต้หลังคาโรงรถ
- ขอบบนของประตูโรงรถแบบม้วน
ยิ่งบ้านอยู่ใกล้ทะเล หรืออยู่ในที่ฝุ่นเยอะ ยิ่งต้องระวัง เพราะมีเกลือและฝุ่นมาเกาะมากกว่าปกติ

วิธีดูแลจุดที่ฝนล้างไม่ถึง
- ฉีดน้ำเปล่าล้างจุดพวกนี้อย่างน้อยทุก 6 เดือน
- ถ้าบ้านใกล้ทะเล หรืออยู่ในที่ฝุ่นเยอะ ล้างทุก 3 เดือน
- ถ้ายังมีคราบ ใช้น้ำสบู่อ่อน ๆ กับผ้านุ่มหรือแปรงขนอ่อน แล้วล้างน้ำตามให้สะอาด
- อย่าใช้ทินเนอร์ น้ำมัน หรือผงขัด และอย่าขัดแรง ๆ เพราะผิวเคลือบจะเสียหาย
ถ้าบ้านอยู่ใกล้ทะเล อ่านเพิ่มเรื่องสกรูยิงเมทัลชีทสำหรับบ้านใกล้ทะเล และถ้าหลังคาใหม่ขึ้นสนิมเป็นจุด ดูหลังคาใหม่ขึ้นสนิมเป็นจุดครับ
สรุป
เมทัลชีทใต้ชายคาผุก่อน เพราะเป็นจุดที่ฝนล้างไม่ถึง ฝุ่นกับเกลือจึงสะสม แล้วเปียกจากน้ำค้างและความชื้นจนกัดผิวเคลือบ สัญญาณแรกคือคราบขาว และผิวที่ไม่มีใครล้างอาจผุเร็วกว่าผิวที่สะอาดได้ราว 2–3 เท่า วิธีดูแลง่ายมาก แค่ฉีดน้ำเปล่าล้างจุดพวกนี้อย่างน้อยทุก 6 เดือน หรือทุก 3 เดือนถ้าบ้านใกล้ทะเลครับ


