หลังคาต่อเติมชนผนัง แปะแผ่นปิดทับเฉย ๆ ทำไมยังรั่ว?

หลังคาต่อเติมชนผนัง แปะแผ่นปิดทับรอยต่อ ทำไมยังรั่ว แผ่นปิดรอยต่อบนหลังคาเหล็กชนผนังอิฐ
สารบัญ

หลังคาต่อเติมที่ชนกับผนังบ้าน เช่น กันสาด โรงจอดรถ หรือครัวหลังบ้าน เป็นจุดที่รั่วบ่อย หลายบ้านแก้ด้วยการแปะแผ่นปิดทับรอยต่อ แล้วยิงยาแนวตามขอบผนังอีกเส้น แต่พอฝนตกหนักก็ยังมีน้ำหยดใต้หลังคาอยู่ดี บทความนี้อธิบายว่าน้ำเข้ามาทางไหน แผ่นปิดที่ถูกต้องควรทำงานอย่างไร และถ้ารั่วอยู่แล้วควรให้ช่างเริ่มตรวจจากตรงไหนครับ

รอยต่อหลังคาชนผนัง ต้องรับน้ำสองทาง

น้ำที่มาถึงรอยต่อตรงนี้ไม่ได้มาจากฝนบนหลังคาอย่างเดียว ยังมีน้ำที่ไหลลงมาตามผนังด้วย ผนังด้านบนที่โดนฝนจะพาน้ำไหลลงมาจนถึงแนวที่หลังคาชนผนังพอดี ยิ่งผนังสูงก็ยิ่งมีน้ำลงมามาก

ถ้าแผ่นปิดแค่วางทับรอยต่อ แล้วอาศัยยาแนวตามขอบผนังเพียงเส้นเดียว น้ำที่ไหลลงมาตามผนังจะมาเจอขอบนี้ก่อน ตราบใดที่ยาแนวยังแนบดีก็ยังพอกันได้ แต่ถ้ายาแนวร่อนหรือมีช่อง น้ำก็อาจซึมเข้าใต้แผ่นปิดได้ ยาแนวจึงไม่ควรเป็นด่านเดียวที่กันน้ำตรงนี้

แผ่นปิดวางทับรอยต่อแล้วพึ่งยาแนวอย่างเดียว ถ้ายาแนวร่อน น้ำที่ไหลตามผนังอาจซึมเข้าใต้แผ่น

หลักของแผ่นปิด: ซ้อนให้น้ำไหลจากบนลงล่าง

แผ่นปิดรอยต่อทำงานแบบเดียวกับการมุงกระเบื้อง คือชิ้นที่อยู่สูงกว่าต้องซ้อนทับชิ้นที่อยู่ต่ำกว่า น้ำจะได้ไหลข้ามรอยต่อลงไปเรื่อย ๆ ไม่ไหลเข้าไปใต้แผ่น ขอบบนของแผ่นปิดจึงต้องอยู่ใต้สิ่งที่สูงกว่า วิธีที่ใช้กันมีเช่น

  • ขอบบนเข้าร่องผนัง ช่างบากร่องในผนังอย่างเหมาะสม แล้วพับขอบบนของแผ่นปิดสอดเข้าไปในร่อง
  • ใช้แผ่นครอบจากผนัง ติดแผ่นครอบไว้กับผนังด้านบน ให้ปิดทับขาตั้งของแผ่นปิดลงมาอีกชั้น

ทั้งสองแบบทำให้น้ำที่ไหลตามผนังไหลลงบนแผ่นปิด แล้วลงไปบนหลังคา แทนที่จะไปเจอขอบแผ่นปิดที่เปิดอยู่

ขอบบนของแผ่นปิดพับสอดเข้าร่องที่บากไว้ในผนัง น้ำจากผนังไหลข้ามลงบนแผ่นปิด

ขอบล่างต้องคลุมหลังคาให้พอ และเข้ากับรูปลอน

อีกด้านของแผ่นปิดคือขอบล่างที่วางบนหลังคา ขอบนี้ต้องคลุมหลังคาลงมาให้พอ และทำขอบให้เข้ากับรูปลอน เช่น พับขอบลงหรือบากให้รับกับร่องลอน ถ้าขอบล่างแบนวางพาดอยู่บนสันลอน จะเหลือช่องว่างตรงร่องลอนที่น้ำอาจย้อนเข้าใต้แผ่นได้

ขอบล่างของแผ่นปิดคลุมหลังคาให้พอและทำให้เข้ากับรูปลอน น้ำจะได้ไม่ย้อนเข้าใต้แผ่น

พับท้องลอนขึ้นที่ปลายหลังคาด้านบน

ใต้แผ่นปิด ที่ปลายด้านบนของแผ่นหลังคา ช่างควรพับท้องลอนขึ้น เพราะตอนลมแรง น้ำในร่องลอนอาจถูกลมดันย้อนขึ้นไปตามลอน ถ้าปลายร่องเปิดอยู่ น้ำก็อาจไหลเข้าใต้แผ่นปิดเข้ามาในบ้านได้ ท้องลอนที่พับขึ้นจะช่วยกั้นไว้

ยิ่งหลังคาลาดน้อย น้ำยิ่งถูกดันย้อนขึ้นได้ง่าย การพับท้องลอนขึ้นจึงยิ่งสำคัญ ส่วนเรื่องน้ำที่ไหลย้อนตามรอยต่อด้านข้างของแผ่นตอนพายุ อ่านเพิ่มได้ที่ หลังคาเมทัลชีทรั่วตอนพายุ น้ำไหลย้อนขึ้นตามรอยต่อแผ่นได้

พับท้องลอนขึ้นที่ปลายหลังคาด้านบนใต้แผ่นปิด กันน้ำที่ลมดันย้อนขึ้นตามลอน

ยึดด้วยสกรู ยาแนวใช้อุดเสริม

แผ่นปิดต้องยึดให้เหมาะกับระบบที่ใช้ เช่น ยึดกับลอนหลังคาด้วยสกรู ส่วนยาแนวมีไว้อุดช่องเสริม ไม่ได้มีไว้ยึดแผ่นแทน เพราะยาแนวไม่ใช่กาว รอยต่อที่ใช้ยาแนวจึงควรยึดด้วยตัวยึดให้แข็งแรงด้วย ส่วนเลือกยาแนวชนิดไหนให้ไม่กัดผิวเคลือบหลังคา อ่านได้ที่ ซิลิโคนอุดหลังคาเมทัลชีท ทำไมบางชนิดกลับกัดผิวเคลือบ

แผ่นปิดยึดกับลอนหลังคาด้วยสกรู ยาแนวใช้อุดเสริม ไม่ได้มีไว้ยึดแผ่น

ถ้ารอยต่อที่บ้านรั่วอยู่แล้ว ควรเริ่มดูตรงไหน

  1. ขอบบนกับแผ่นครอบ ขอบบนของแผ่นปิดอยู่ใต้ร่องผนังหรือใต้แผ่นครอบหรือไม่ หรือแค่แปะไว้ด้วยยาแนว
  2. ขอบล่างที่คลุมหลังคา คลุมลงมาพอและเข้ากับรูปลอนหรือไม่
  3. ท้องลอนที่ปลายด้านบน พับขึ้นใต้แผ่นปิดแล้วหรือยัง

ให้ช่างตรวจสามจุดนี้ แล้วแก้ที่ทางเดินของน้ำ ไม่ใช่เติมยาแนวทับลงไปอย่างเดียว เพราะถ้าทางเดินของน้ำยังผิด ยาแนวใหม่ก็จะกลับมาเป็นด่านเดียวที่ต้องรับน้ำเหมือนเดิม

สรุป

รอยต่อหลังคาต่อเติมชนผนังต้องรับน้ำทั้งจากหลังคาและจากผนัง แผ่นปิดที่ได้ผลจึงต้องซ้อนให้น้ำไหลจากบนลงล่าง ขอบบนอยู่ใต้ร่องผนังหรือแผ่นครอบ ขอบล่างคลุมหลังคาให้พอและเข้ากับรูปลอน ปลายหลังคาด้านบนพับท้องลอนขึ้น และยึดด้วยตัวยึดโดยมียาแนวเป็นตัวเสริม ถ้ารั่วอยู่แล้ว ให้ช่างแก้ที่ทางเดินของน้ำครับ

แอดไลน์ ถามราคาได้เลย