ฉนวนใยแก้วยิ่งอัดแน่น ยิ่งกันร้อนดีจริงไหม?

ฉนวนใยแก้วยิ่งอัดแน่น ยิ่งกันร้อนดีจริงไหม ช่างกำลังติดตั้งฉนวนใยแก้วในผนัง
สารบัญ

เวลาปูฉนวนใยแก้วใต้หลังคาหรือบนฝ้า หลายบ้านเลือกแผ่นหนา ๆ แล้วยัดลงช่องแคบให้แน่นที่สุด หรือวางของทับไว้บนฉนวนโดยไม่คิดอะไร เพราะเข้าใจว่ายิ่งอัดแน่น ยิ่งกันร้อน แต่สำหรับฉนวนแผ่นเดิม การบีบให้แบนกลับทำให้กันร้อนได้น้อยลง บทความนี้อธิบายว่าฉนวนใยแก้วกันร้อนได้อย่างไร ทำไมความหนาถึงสำคัญ และถ้าพื้นที่มีจำกัดควรทำอย่างไรครับ

ฉนวนใยแก้วกันร้อนได้เพราะ “อากาศนิ่ง”

ถ้ามองฉนวนใยแก้วใกล้ ๆ จะเห็นเส้นใยเล็ก ๆ พันกันอยู่ ระหว่างเส้นใยมีช่องเล็ก ๆ จำนวนมาก และในช่องเหล่านี้มีอากาศที่ถูกกักไว้ให้นิ่ง อากาศนิ่งส่งต่อความร้อนได้ช้า ความร้อนจากหลังคาจึงผ่านชั้นฉนวนลงมาถึงห้องได้ยากขึ้น

ตัวเส้นใยมีหน้าที่หลักคือแบ่งอากาศออกเป็นช่องเล็ก ๆ ไม่ให้ไหลวนได้ง่าย สิ่งที่ทำงานจริง ๆ คืออากาศที่อยู่ในช่องเหล่านั้น

ภาพขยายฉนวนใยแก้ว เส้นใยเล็ก ๆ กักอากาศนิ่งไว้เป็นช่องเล็ก ๆ จำนวนมาก

ฉนวนแผ่นเดียวกัน ยิ่งชั้นหนา ความร้อนยิ่งผ่านยาก

ความร้อนต้องค่อย ๆ ผ่านชั้นฉนวนลงมาทีละส่วน ถ้าเป็นฉนวนแผ่นเดียวกัน ชั้นที่หนากว่าก็มีระยะให้ความร้อนต้องผ่านมากกว่า ค่ากันร้อนรวมจึงสูงกว่า

แต่ถ้าบีบฉนวนแผ่นเดิมให้แบนลง เช่น ยัดแผ่นหนาลงช่องที่แคบกว่าความหนาของแผ่น หรือวางกล่องและของหนักไว้บนฉนวนเหนือฝ้า ช่องอากาศจะถูกบีบให้เล็กลง ชั้นฉนวนบางลง และค่ากันร้อนรวมลดลง ความร้อนจึงผ่านลงมาได้ง่ายขึ้น หน่วยงานด้านอาคารหลายแห่งจึงแนะนำตรงกันว่าไม่ควรบีบฉนวนแบบนี้ตอนติดตั้ง

บีบฉนวนแผ่นเดิมให้แบนลง ชั้นฉนวนบางลง ความร้อนผ่านลงมาได้ง่ายขึ้น

ลดลงแค่ไหน ดูจากตัวอย่างจริง

  • คู่มือการติดตั้งของนิวซีแลนด์ ยกตัวอย่างฉนวนหนา 10 เซนติเมตร ที่ถูกบีบเหลือ 8 เซนติเมตร ค่ากันร้อนลดลงจาก R2.0 เหลือ R1.6 หรือลดลงราวหนึ่งในห้า
  • ตารางของกลุ่มผู้ผลิตฉนวนใยแก้วในสหรัฐฯ มีตัวอย่างฉนวนอีกแผ่น ที่ถูกบีบจนเหลือความหนาเกินครึ่งมานิดเดียว ค่ากันร้อนลดลงราวหนึ่งในสาม

ตัวเลขทั้งสองเป็นตัวอย่างของฉนวนเฉพาะรุ่นในเอกสารนั้น ๆ ฉนวนแต่ละยี่ห้อและแต่ละความหนาลดลงไม่เท่ากัน ถ้าต้องการตัวเลขของแผ่นที่จะใช้จริง ให้ดูจากข้อมูลของผู้ผลิตรุ่นนั้น

ตัวอย่างฉนวนถูกบีบ หนา 10 ซม. เหลือ 8 ซม. ค่ากันร้อนลดลงราวหนึ่งในห้า

ทำไมบางคนบอกว่า “อัดแน่นแล้วดีขึ้น”

ความเชื่อนี้มีที่มาอยู่บ้าง ถ้าเทียบฉนวนแผ่นเดิมก่อนและหลังบีบ ค่ากันร้อนต่อหนึ่งเซนติเมตรจะสูงขึ้นนิดหน่อย เพราะเนื้อฉนวนแน่นขึ้น แต่แผ่นบางลงมากกว่าที่ได้เพิ่มมา ผลรวมทั้งชั้นจึงยังกันร้อนได้น้อยกว่าตอนฟูเต็มความหนา

เรื่องนี้พูดถึงการบีบฉนวนแผ่นเดิมเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าฉนวนรุ่นที่ผลิตมาให้มีความหนาแน่นสูงจะกันร้อนแย่กว่า เพราะฉนวนแต่ละรุ่นออกแบบมาให้ได้ค่าตามที่ระบุเมื่อติดตั้งเต็มความหนาของรุ่นนั้น

ส่วนใครที่ใช้ฟอยล์สะท้อนความร้อนร่วมด้วย ฟอยล์ทำงานคนละแบบกับฉนวนใยแก้ว อ่านเพิ่มได้ที่ ติดฟอยล์ใต้หลังคาแล้วยังร้อน ฟอยล์ต้องมีช่องอากาศถึงจะทำงาน

ถ้าพื้นที่มีจำกัด ควรทำอย่างไร

  1. วัดช่องที่จะวางฉนวนก่อน แล้วให้ช่างช่วยเลือกความหนาที่วางได้พอดีกับพื้นที่ แทนการซื้อแผ่นหนาที่สุดแล้วยัดลงไป
  2. ปูให้ฉนวนฟูเต็มความหนา ไม่บีบ ไม่พับซ้อนจนแบน
  3. ไม่วางของทับบนฉนวน ถ้าต้องใช้พื้นที่เหนือฝ้าเก็บของ ควรให้ช่างทำพื้นวางของแยกที่ไม่กดทับฉนวน
  4. เว้นระยะรอบสายไฟและอุปกรณ์ที่ร้อน เช่น ดวงโคมฝังฝ้า ตามคู่มือของฉนวนและของอุปกรณ์นั้น
ติดตั้งฉนวนให้ฟูเต็มความหนา เลือกความหนาให้พอดีพื้นที่ ไม่บีบ ไม่วางของทับ

สรุป

ฉนวนใยแก้วกันร้อนได้เพราะเส้นใยกักอากาศนิ่งไว้เป็นช่องเล็ก ๆ จำนวนมาก สำหรับฉนวนแผ่นเดียวกัน ความหนาคือสิ่งที่ทำให้ค่ากันร้อนรวมสูง การยัดลงช่องแคบหรือวางของทับจนแบนจึงทำให้กันร้อนได้น้อยลง แม้ค่าต่อเซนติเมตรจะสูงขึ้นนิดหน่อยก็ตาม ทางที่ดีคือเลือกความหนาที่พอดีพื้นที่ แล้วปูให้ฟูเต็มความหนา ไม่บีบ ไม่วางของทับครับ

แอดไลน์ ถามราคาได้เลย